ลองจินตนาการดูนะคะว่า ถ้าคุณเดินผ่านคอนโดหรูใจกลางทองหล่อราคา 50 ล้านบาท แล้วคุณสามารถควักมือถือขึ้นมา “กดซื้อ” ความเป็นเจ้าของคอนโดห้องนั้นได้ในราคาเพียง 1,000 บาท โดยที่คุณได้รับสิทธิ์ในค่าเช่ารายเดือนและส่วนต่างราคาขายต่อเหมือนเจ้าของทุกประการ
เมื่อ 5-10 ปีก่อน เรื่องนี้อาจฟังดูเหมือนนิยายวิทยาศาสตร์หรือเรื่องเพ้อฝัน แต่ในปี 2026 สิ่งนี้ได้กลายเป็นความจริงแล้วด้วยเทคโนโลยีที่เรียกว่า RWA หรือ Real World Asset Tokenization
ในขณะที่ตลาดคริปโทเคอร์เรนซีในอดีตเคยถูกมองว่ามีแต่เหรียญมีม (Meme Coins) หรือสินทรัพย์ที่จับต้องไม่ได้ (Intangible Assets) ที่ราคาวิ่งขึ้นลงตามกระแสลมปากของคนดัง แต่วันนี้โลกการเงินได้หมุนกลับขั้ว ด้วยการนำเทคโนโลยีบล็อกเชนมาผูกติดกับ “มูลค่าที่แท้จริง” ในโลกมนุษย์ ไม่ว่าจะเป็นอสังหาริมทรัพย์ พันธบัตรรัฐบาล ทองคำ หรือแม้แต่งานศิลปะระดับโลก

นิยาม RWA การผสานโลกจริงเข้าสู่บล็อกเชน
อธิบายให้เข้าใจง่ายที่สุด RWA (Real World Asset) คือการนำสินทรัพย์ที่มีอยู่จริงในโลกกายภาพ (Physical World) มาแปลงสภาพให้เป็นสินทรัพย์ดิจิทัล (Digital Asset) ในรูปแบบของ “โทเคน” (Token) บนระบบบล็อกเชน
กระบวนการนี้เรียกว่า Tokenization ค่ะ เปรียบเสมือนการสร้าง “ฝาแฝดดิจิทัล” (Digital Twin) ให้กับสินทรัพย์ชิ้นนั้น โดยที่โทเคนแต่ละเหรียญจะเป็นตัวแทนกรรมสิทธิ์ หรือสิทธิเรียกร้องในสินทรัพย์นั้นจริง ๆ
ความต่างระหว่าง RWA กับคริปโทฯ ทั่วไป
- Bitcoin / Ethereum มูลค่าเกิดจากกลไกของเครือข่าย ความเชื่อมั่น และอุปสงค์อุปทาน (Demand-Supply) ในตัวเหรียญเอง ไม่มีสินทรัพย์ค้ำประกัน
- Stablecoin (เช่น USDT) มูลค่าอ้างอิงกับเงินดอลลาร์ นี่ถือเป็น RWA ยุคแรกเริ่ม
- Investment Token (RWA ยุคใหม่) มูลค่าอ้างอิงกับ “สินทรัพย์จริง” เช่น มูลค่าของตึก มูลค่าของที่ดิน หรือดอกเบี้ยจากพันธบัตร ถ้าราคาที่ดินขึ้น ราคาเหรียญก็ขึ้นตาม ถ้าตึกถูกไฟไหม้ ราคาเหรียญก็อาจจะร่วง เป็นต้น
ทำไมต้อง Tokenization แก้ปมปัญหาที่โลกการเงินเดิมแก้ไม่ได้
หลายคนอาจตั้งคำถามว่า “เราก็ซื้อขายที่ดินหรือหุ้นกันได้อยู่แล้ว ทำไมต้องเอามาทำเป็นโทเคนให้ยุ่งยาก” คำตอบอยู่ที่คำว่า สภาพคล่อง (Liquidity) และ การเข้าถึง (Accessibility) ค่ะ
1. ปลดล็อกสภาพคล่อง (Illiquidity Discount)
อสังหาริมทรัพย์คือสินทรัพย์ที่สภาพคล่องต่ำมาก (Illiquid Asset) คุณมีที่ดินราคา 100 ล้านบาท แต่ถ้าคุณร้อนเงิน คุณไม่สามารถเฉือนที่ดิน 1 ตารางวาไปขายเพื่อเอาเงินมาหมุนได้ทันที และกว่าจะขายได้ทั้งแปลงอาจใช้เวลาเป็นปี
RWA เข้ามาแก้ปัญหานี้โดยการทำให้สินทรัพย์ชิ้นใหญ่ แตกหน่วยย่อยได้ (Fractionalization) ทำให้การซื้อขายเปลี่ยนมือทำได้ในหลักวินาทีผ่านตลาดรอง (Secondary Market) ตลอด 24 ชั่วโมง
2. การเข้าถึงของรายย่อย (Democratization)
ในอดีต การจะลงทุนในตึกสำนักงานเกรด A หรือโรงแรม 5 ดาว คุณต้องมีเงินเย็นหลักสิบล้าน หรือต้องรวมกลุ่มกันตั้งกองทุนส่วนบุคคล แต่ RWA อนุญาตให้แบ่งซอยความเป็นเจ้าของออกเป็นหน่วยเล็ก ๆ ระดับ 100 บาท หรือ 1,000 บาท ทำให้คนทั่วไปสามารถเป็นเจ้าของสินทรัพย์ระดับโลกได้
3. ลดต้นทุนและตัวกลาง (Efficiency)
การโอนที่ดินแบบเดิมต้องไปกรมที่ดิน เสียค่าธรรมเนียม จ้างนายหน้า จ้างทนาย แต่เมื่อสินทรัพย์ถูกแปลงเป็นโทเคนแล้ว การโอนกรรมสิทธิ์สามารถทำผ่าน Smart Contract ได้ทันที ลดค่าใช้จ่ายและขั้นตอนเอกสารลงอย่างมหาศาล

เจาะลึกกระบวนการ จากโฉนดสู่เหรียญดิจิทัล
เพื่อให้เห็นภาพว่าคอนโดกลายเป็นเหรียญได้อย่างไร เรามาดูขั้นตอนเบื้องหลังที่เกิดขึ้นจริงในปี 2026 กันค่ะ (ซึ่งในไทยมีการกำกับดูแลโดย ก.ล.ต. อย่างเคร่งครัด)
ขั้นตอนที่ 1 การคัดเลือกและประเมินมูลค่า (Origination)
เจ้าของทรัพย์สิน (Issuer) นำโฉนดที่ดินหรือโครงการคอนโดมิเนียมมาผ่านการประเมินมูลค่าโดยบริษัทผู้ประเมินอิสระ เพื่อกำหนดมูลค่าสินทรัพย์อ้างอิง
ขั้นตอนที่ 2 การจัดตั้งนิติบุคคลเฉพาะกิจ (SPV Setup)
เพื่อความปลอดภัยทางกฎหมาย สินทรัพย์นั้นจะถูกโอนไปเก็บไว้ในทรัสต์หรือนิติบุคคลเฉพาะกิจ (SPV – Special Purpose Vehicle) เพื่อแยกออกจากทรัพย์สินอื่นของบริษัทเจ้าของเดิม ป้องกันกรณีบริษัทล้มละลาย สินทรัพย์ชิ้นนี้จะไม่ถูกยึดไปด้วย
ขั้นตอนที่ 3 การสร้างสัญญาอัจฉริยะ (Smart Contract Creation)
ข้อมูลทั้งหมด ทั้งจำนวนสิทธิ์ เงื่อนไขการจ่ายปันผล จะถูกเขียนลงใน Smart Contract บนบล็อกเชน กำหนดจำนวนโทเคนที่จะสร้างขึ้น เช่น คอนโดมูลค่า 100 ล้านบาท สร้างโทเคน 100 ล้านเหรียญ (เหรียญละ 1 บาท)
ขั้นตอนที่ 4 การเสนอขาย (Distribution)
เปิดขายโทเคนให้นักลงทุน (ICO/STO) ผ่านพอร์ทัลที่ได้รับอนุญาต นักลงทุนที่ซื้อไปจะได้รับโทเคนเข้ากระเป๋าเงินดิจิทัล (Wallet) เพื่อยืนยันสิทธิ์
ขั้นตอนที่ 5 การบริหารจัดการและตลาดรอง (Management & Trading)
เมื่อโครงการทำกำไรได้ (เช่น มีคนเช่าคอนโด) Smart Contract จะคำนวณส่วนแบ่งและโอนเงินปันผล (อาจเป็นรูปแบบ USDC หรือ Digital Baht) เข้ากระเป๋านักลงทุนอัตโนมัติ และนักลงทุนสามารถนำโทเคนไปขายต่อในกระดานเทรดได้ตลอดเวลา
อสังหาริมทรัพย์ พระเอกตลอดกาลของ RWA
ในปี 2026 กลุ่มสินทรัพย์ที่ถูกนำมาทำ RWA มากที่สุดและประสบความสำเร็จที่สุดคือ อสังหาริมทรัพย์ ค่ะ โดยแบ่งออกเป็น 2 รูปแบบหลัก ๆ ที่นักลงทุนต้องแยกให้ออก
1. Ownership-based (แบบกรรมสิทธิ์)
อันนี้คือการเป็นเจ้าของร่วมจริง ๆ เปรียบเสมือนคุณถือโฉนดร่วมกับคนอื่นอีกพันคน ถ้าที่ดินราคาขึ้น คุณได้กำไร ถ้าขายตึกได้ คุณได้เงินต้นคืนพร้อมกำไร
- ข้อดี ได้รับประโยชน์จาก Capital Gain เต็มที่
- ข้อเสีย ความเสี่ยงสูงกว่า ถ้าขายตึกไม่ออก เงินก็จม
2. Debt-based หรือ Revenue Sharing (แบบกระแสรายรับ)
รูปแบบนี้คล้ายกับการปล่อยกู้ หรือการซื้อสิทธิ์รับรายได้ เช่น โทเคน “สิริฮับ” (SiriHub) ในอดีต คือเราไม่ได้เป็นเจ้าของตึก แต่เราเป็นเจ้าของ “รายได้ค่าเช่า” ของตึกนั้น
- ข้อดี ได้ผลตอบแทนสม่ำเสมอเป็น % ต่อปี (Yield) ความเสี่ยงต่ำกว่า เพราะมีสิทธิ์เหนือเจ้าของกรรมสิทธิ์ในการรับเงินก่อน
- ข้อเสีย อาจไม่ได้กำไรมหาศาลถ้าที่ดินราคาพุ่งสูงขึ้น เพราะผลตอบแทนถูกล็อกไว้แล้ว

ไม่ใช่แค่ที่ดิน อะไรก็เป็น RWA ได้
นอกจากอสังหาฯ แล้ว ปี 2026 เรายังเห็นสินทรัพย์อื่น ๆ พาเหรดกันเข้าสู่โลก RWA อย่างคึกคัก
- พันธบัตรรัฐบาล (US Treasury Bills) นี่คือเทรนด์ใหญ่ที่สุดของโลก DeFi ค่ะ เมื่อดอกเบี้ยโลกยังอยู่ในระดับที่น่าสนใจ นักลงทุนคริปโทฯ ที่ไม่อยากถือเงินสด (Stablecoin) ทิ้งไว้เฉย ๆ ก็หันมาถือโทเคนที่เป็นตัวแทนของพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ เพื่อกินดอกเบี้ย 4-5% อย่างปลอดภัย โดยไม่ต้องโยกเงินกลับเข้าธนาคาร
- สินค้าแบรนด์เนมและของสะสม (Luxury Goods) นาฬิกา Patek Philippe, กระเป๋า Hermes หรือไวน์หายาก ของพวกนี้ราคามีแต่ขึ้น แต่คนทั่วไปซื้อไม่ไหว RWA ช่วยให้เราซื้อความเป็นเจ้าของ “ส่วนหนึ่ง” ของนาฬิกาเรือนละ 10 ล้านบาทได้ และเมื่อนาฬิกาถูกประมูลขายออกไป เราก็ได้ส่วนแบ่งกำไร
- คาร์บอนเครดิต (Carbon Credits) ตลาดคาร์บอนเครดิตเคยเป็นเรื่องซับซ้อนและตรวจสอบยาก แต่เมื่อมาอยู่บนบล็อกเชน การซื้อขายเครดิตเพื่อชดเชยการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทำได้โปร่งใสและตรวจสอบที่มาได้ชัดเจน องค์กรต่าง ๆ จึงหันมาซื้อขายผ่านโทเคนมากขึ้น
ทำไม RWA ถึงดีกว่ากองทุน REITs
นักลงทุนหุ้นอาจสงสัยว่า “แล้วมันต่างอะไรกับกองทุนรวมอสังหาฯ (REITs) ที่ซื้อขายในตลาดหุ้น”
| หัวข้อเปรียบเทียบ | กองทุน REITs (ตลาดหุ้น) | RWA Token (บล็อกเชน) |
| สิ่งที่ซื้อ | หุ้นของบริษัทที่บริหารตึก | สิทธิ์ในตัวตึกหรือรายได้โดยตรง |
| เวลาเทรด | จันทร์-ศุกร์ (ตามเวลาตลาด) | 24 ชั่วโมง 7 วัน |
| การชำระบัญชี | T+2 (รอ 2 วันเงินถึงเข้า) | เกือบจะทันที (Instant Settlement) |
| ขั้นต่ำการลงทุน | หลักพัน-หมื่นบาท | หลักสิบ-ร้อยบาท (Micro-investment) |
| ความโปร่งใส | รอรายงานประจำไตรมาส | ตรวจสอบผ่าน Smart Contract ได้ตลอด (Real-time) |
| การนำไปต่อยอด | ทำไม่ได้ | นำโทเคนไปค้ำประกันเพื่อกู้เงินใน DeFi ได้ (Composability) |
จุดเด่นที่สุดคือข้อสุดท้ายค่ะ คือความสามารถในการ Composability หรือการต่อยอด ในโลก DeFi ปี 2026 คุณสามารถเอาโทเคนคอนโดของคุณ ไปวางค้ำประกันเพื่อกู้เงิน Stablecoin ออกมาหมุนเวียนได้ โดยไม่ต้องขายโทเคนทิ้ง ซึ่งกองทุนหุ้นทำแบบนี้ไม่ได้
ความเสี่ยงที่ต้องรู้ ก่อนกระโดดใส่ RWA
เหรียญมีสองด้านเสมอ แม้ RWA จะดูสวยหรู แต่ก็มีความเสี่ยงเฉพาะตัวที่ต้องระวัง
- ความเสี่ยงทางกฎหมาย (Regulatory Risk) สินทรัพย์ RWA ผูกติดกับกฎหมายของประเทศนั้น ๆ ถ้าวันหนึ่งรัฐบาลประกาศห้าม หรือเปลี่ยนกฎเรื่องกรรมสิทธิ์ต่างชาติ โทเคนนั้นอาจมีปัญหาได้ การบังคับใช้กฎหมายข้ามโลก (เช่น ถือโทเคนตึกในนิวยอร์ก แต่ตัวเราอยู่ไทย) ยังเป็นเรื่องท้าทาย
- ความเสี่ยงของสินทรัพย์จริง (Physical Risk) ถ้าไฟไหม้ตึก น้ำท่วมที่ดิน หรือนาฬิกาหรูถูกขโมยไปจากตู้เซฟ มูลค่าของโทเคนจะเหลือศูนย์ทันที ดังนั้นการตรวจสอบเรื่อง “ประกันภัย” และ “ผู้ดูแลทรัพย์สิน” (Custodian) จึงสำคัญมาก
- สภาพคล่องในตลาดรอง แม้ RWA จะออกแบบมาเพื่อเพิ่มสภาพคล่อง แต่ถ้าโครงการนั้นไม่ได้รับความนิยม ไม่มีคนมาตั้งราคารับซื้อ (Bid) ในกระดานเทรด คุณก็อาจจะ “ดอย” และขายโทเคนไม่ออกเหมือนกัน
RWA ไม่ใช่แค่เทรนด์ฉาบฉวย แต่มันคือวิวัฒนาการขั้นถัดไปของตลาดทุน (Capital Market Evolution) มันคือเทคโนโลยีที่เข้ามาทลายกำแพงที่เคยขวางกั้นคนรายย่อยออกจากสินทรัพย์ชั้นดี ทำให้ “คนตัวเล็ก” มีโอกาสสะสมความมั่งคั่งในรูปแบบเดียวกับ “คนตัวใหญ่” ได้ ไม่ว่าจะเป็นการเป็นเจ้าของโรงแรมหรู การถือพันธบัตรระดับโลก หรือการเก็งกำไรในงานศิลปะ
ในปี 2026 นี้ ใครที่ยังมองว่าคริปโทฯ คือเรื่องการพนัน อาจจะต้องปรับมุมมองใหม่ เพราะคริปโทฯ สายพันธุ์ RWA นี้ คือของจริงที่มีโฉนดค้ำอยู่ และมันกำลังจะเป็นมาตรฐานใหม่ในการลงทุนที่คุณหลีกเลี่ยงไม่ได้

